Health Articles

อาหารคลีน กินอย่างไร ปลอดภัย ได้สุขภาพ


กลับหน้าหลักบทความ

สมัยนี้กระแสคลีนฟู๊ด (Clean food) ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่ใส่ใจอาหารเพื่อสุขภาพ  ผู้ผลิตอาหารก็หันมาใส่ใจเลือกวัตถุดิบที่ดีให้กับผู้บริโภคมากขึ้น โดยหลักการของ Clean food ให้จำ 3 คำง่ายๆ คือ สด สะอาด และมาจากธรรมชาติ
 
สด คือวัตถุดิบที่สด เช่นถ้าปลูกผักกินเอง เด็ดสดๆ จากต้น เราจะรู้สึกถึงความหวานและพลังชีวิตของพืชผักนั้นๆ
สะอาด คือ ปราศจากสารปนเปื้อน แต่งสี แต่งกลิ่นสังเคราะห์ ไปจนถึงผงชูรส
มาจากธรรมชาติ คือไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปต่างๆ
 
ดังนั้น คำว่า Clean food อย่างเดียวจึงไม่ใช่อาหารลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพของผู้บริโภค ในแต่ละวัยได้ด้วย เช่น
เด็ก ควรมีสัดส่วนของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อการเจริญเติบโต และร่างกายที่แข็งแรงไม่เป็นโรคเรื้อรัง ยกตัวอย่าง ในเด็กกลุ่มที่เป็นภูมิแพ้ อาหารบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงก็จะมี เช่น นมวัว และผลิตภัณฑ์นมวัว  แป้งสาลี ยีสต์ จึงควรต้องปรับอาหารให้เหมาะสมโดยมีหลักการของ clean food มาก็จะทำให้การจัดอาหารง่ายขึ้น 
 
คุณแม่ตั้งครรภ์ มักจะมีคำถามว่า ควรกิน clean food ช่วงไหน คำตอบคือ ควรเริ่มกินตั้งแต่ยังไม่ท้อง เพราะร่างกายลูกก็สร้างมาจากสิ่งที่แม่กินเข้าไปโดยไม่ได้เลือกเวลา การเลือกร้านที่ส่งจึงต้องแจ้งด้วยว่าตั้งครรภ์ เพราะอาหารที่ส่งแบบกล่องปัจจุบันจะเน้นที่ลดน้ำหนักเป็นส่วนใหญ่  อีกทั้งในอาหารควรมีสัดส่วนอาหารที่เน้นการเสริมแคลเซียมมากเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวแม่จะต้องดึงเอาแคลเซียมไปสร้างกระดูกให้ลูกน้อยในครรภ์ จากเดิมที่ต้องการแคลเซียมประมาณ 1000 mg/วัน ในอาหารจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณแคลเซียมถึง 1200 mg/วัน จึงจะถือว่าเพียงพอ และหลังไตรมาสแรก วิตามินอย่างวิตามินเอ ก็จะมีบทบาทสำคัญต่อการแบ่งเซลล์ลูกน้อยในครรภ์ค่ะ
 
คุณแม่ให้นมบุตร กิน Clean food ได้แต่ต้องแจ้งเพิ่มปริมาณอาหารจากปกติ ไม่อดจนเกินไป สำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตรแล้วอยากผอม แนะนำว่าหากจะลดน้ำหนัก ควรหลัง 6เดือนหลังคลอดบุตร หากทำได้เพื่อลูกจะได้กินนมแม่นานๆ และในช่วงแรกนี้คุณแม่สามารถปั๊มนมทำสต๊อกไว้ได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เป็นธาตุไฟ อาจมีอาการปากคอแห้ง จึงต้องบำรุงธาตุน้ำเป็นพิเศษ จึงจะมีน้ำนมเพิ่มขึ้นมาได้ ดังนั้น การ Design อาหารสำหรับคุณแม่ให้นมจึงเป็นอีกศาสตร์หนึ่งจะต้องมี Design อาหารเป็นการเฉพาะ เช่น มีสัดส่วนของน้ำผลไม้รสเปรี้ยวมากขึ้น
 
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มียากินประจำ ในผู้ที่เป็นไขมันเลือดสูง ปวดเข่า ต้องการลดน้ำหนักมักได้ผลดี แต่ผู้ที่เป็นเบาหวานและได้ยากินหรือยาฉีดประจำ ควรต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับขนาดยาให้สอดคล้องกับอาหารที่กิน โดยเฉพาโรคไต สัดส่วนของโปรตีนต้องได้รับการควบคุมเพื่อไม่ให้ค่าการทำงานของไตสูงขึ้น อีกทั้งจะต้องระวังประมาณเกลือโซเดียม โปแตสเซียมและฟอสเฟตให้ดี พอเป็นอาหารที่ลงรายละเอียดเป็นโรคๆ แนะนำให้มีการติดตามผลเลือดหลังจากกินอาหารไปแล้วสัก 1-2 เดือน เพื่อติดตามดูว่าประมาณสารอาหาร และค่าตับไต รวมไปจนถึงระดับน้ำตาลเปลี่ยนไปในทิศทางที่ต้องการแล้วหรือยัง เพื่อจะได้ปรับสูตรอาหารและยาให้สอดคล้องกับสภาวะคนป่วยจริงๆ
 
ส่วนผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ แต่อยากลดน้ำหนัก หรือลองอาหารสุขภาพ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน แล้วเราจะรู้ด้วยตัวเองว่า ” You are what you eat “ เป็นอย่างไร  โครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มีห้องอาหารเพื่อสุขภาพและเรียนรู้เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ พร้อมบริการจัดโปรแกรมอาหารตามสภาพร่างกายแต่ละบุคคลให้ถูกหลักโภชนาการ

ขอบคุณข้อมูลจาก: พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล