Health Articles

ป่วยไตเรื้อรัง เลือกทานอะไรดี


กลับหน้าหลักบทความ

ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน 5 หมู่ และมีสัดส่วนที่เหมาะสม อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งให้พลังงานที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวเจ้า ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว มักกะโรนี เป็นต้น หากจำเป็นต้องจำกัดโปรตีน อาจต้องใช้แป้งปลอดโปรตีน ได้แก่ วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ หรือรับประทานขนมที่ทำจากแป้งปลอดโปรตีนแทนได้ เช่น ซาหริ่ม สาคูเปียก เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับพลังงานที่เพียงพอ แต่หากผู้ป่วยเป็นเบาหวานด้วยก็ควรใช้น้ำตาลจากหญ้าหวานแทน


ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรควบคุมอาหารที่มีไขมันสูง และโปรตีนชนิดไม่ดี ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมคือ 0.6-0.8 กรัม  ต่อ 1 กิโลกรัมน้ำหนักตัว หรือขึ้นอยู่กับระยะของโรค ควรเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพสูง ได้แก่ ไข่ขาว เนื้อหมู-ไก่ที่ไม่ติดหนังหรือมัน เนื้อปลาทะเลน้ำลึกซึ่งมีไขมันต่ำและมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงด้วย เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงเครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์แปรรูป และเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง ควรหลีกเลี่ยงไข่แดง งดรับประทานไขมันชนิดอิ่มตัวทั้งจากพืชและสัตว์ รวมถึงไขมันทรานส์ที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ อาทิ เนยเทียม เนยขาว ควรใช้น้ำมันแบบไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา ในการประกอบอาหารให้แก่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง


หลักการจัดอาหารให้ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ควรจัดเมนูให้หลากหลาย มีสีสัน ขนาดชิ้นคำเหมาะสม เนื้ออ่อนนุ่ม เปื่อย เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย จัดสรรให้ครบ 5 หมู่ ที่มีโปรตีนและพลังงานสูง วางบนภาชนะและบรรยากาศที่ทำให้น่ารับประทาน อาจเสิร์ฟปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งเป็นอาหารว่างระหว่างมื้อได้ และเลือกจัดอาหารมื้อใหญ่ในมื้อที่ชอบรับประทาน จิบน้ำดื่มที่อุณหภูมิห้องจะทำให้ผู้ป่วยกลืนได้คล่องและง่ายว่าเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วยอาจมีอาการบวมน้ำ ให้ดื่มน้ำไม่ควรเกินวันละ 700-1,000 ซี.ซี. หรือประมาณ 3 - 4 แก้วต่อวัน แต่ถ้าไม่มีอาการบวม ก็สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ


ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังควรดูแลสุขภาพให้มากขึ้นโดย งดบุหรี่ กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจเป็นเหตุให้ไตรกลีเซอไรด์สูงได้ แนะนำให้รับประทานอาหาร ผักผลไม้ ที่มีกากใยให้มากขึ้นเพื่อป้องกันท้องผูก หากขับถ่ายยากอาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและอาจทำให้โพแทสเซียมถูกดูดซึมได้มากขึ้นได้อีกด้วย ควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังที่รับประทานอาหารอย่างครบถ้วนและเหมาะสม จะช่วยชะลอความเสื่อมของไตและช่วยให้เข้าสู่ระยะฟอกเลือดช้าลง และช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก: ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล