Health Articles

เมื่อเด็ก และ ผู้สูงอายุ อยู่ร่วมกันในบ้าน ... ควรสื่อสารอย่างไรดี


กลับหน้าหลักบทความ

หลายบ้านที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้สูงอายุ และ เด็กเล็ก เด็กโต ที่มีความสัมพันธ์กับเราตั้งแต่เป็นพ่อ แม่  หรือปู่ย่าตายาย รวมไปถึง ลูกๆ หลานๆ อาจมีบางครั้งที่ต้องเจอกับปัญหาไม่สบอารมณ์กันระหว่างการสนทนาประจำวัน ที่ไปคนละเรื่อง คนละอารมณ์ ก่อให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจ จนห่างเหินกันไปในที่สุด

ต้องเป็นการสื่อสารทั้งสองทาง

นอกจากจะเป็นความพยายามของฝ่ายลูกหลานแล้ว ผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวมากๆ จำเป็นต้องเรียนรู้การอยู่กับลูกหลานของตนเองให้ได้ด้วย ความรู้สึกจากยุคสมัยก่อนที่คิดว่าเด็กต้องเข้าหา ต้องเป็นฝ่ายชวนคุย ต้องสุภาพ ต้องมีสัมมาคารวะ ต้องดูแลเอาใจใส่ เหล่านี้ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นฝ่ายต้องทำงานอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งจะทำให้ไม่มีโอกาสแห่งความสนุกสนานและความน่าสนใจในการพูดคุยกัน เพราะฉะนั้นต้องคิดว่าเป็นการสื่อสารทั้งสองทาง ผู้ใหญ่ต้องคิดด้วยว่าตนเองได้พูดอะไรออกไปบ้าง ไม่ใช่พูดไป บ่นไป ว่าไป เหน็บแนมไป

        ด้านลูกหลานเองก็ต้องรู้ว่า ผู้สูงอายุ ท่านได้ยินแค่ไหน ท่านมองเห็นแค่ไหน พูดคล่องแค่ไหน ถ้าเด็กเข้าใจ ก็จะทนได้ว่าท่านพูดเสียงเบา พูดไม่คล่อง หรือท่านอาจจะพูดเสียงดังไป เพราะท่านเองก็ไม่ได้ยินเสียงตัวเองเช่นกัน ทำให้บางครั้งเด็กจะอายเพราะเวลาพูดกันขึ้นมาทีไร ผู้ใหญ่ก็จะพูดดังมาก เวลาจะพูดด้วยก็ต้องใช้เสียงที่ดังมาก เพราะท่านจะไม่ได้ยิน หรือตาท่านก็อาจจะมัว เพราะฉะนั้นถ้าเข้าใจ  เวลาพูดกับผู้ใหญ่จะต้องหันหน้าไปมอง แล้วก็ต้องพูดให้ช้าลง พูดด้วยความรัก  เพราะการพูดด้วยความรักกับพูดด้วยความรำคาญนั้นน้ำเสียงจะต่างกัน ซึ่งผู้ใหญ่จะไวมากเรื่องรับความรู้สึกจากน้ำเสียง ท่านจะรู้ทันทีเลยว่าเสียงแบบนี้เบื่อแล้ว รำคาญแล้ว ไม่อยากคุยด้วย ต้องเข้าใจด้วยว่าผู้ใหญ่จะขี้ใจน้อยง่ายมาก

      อีกอย่างคือทั้งสองฝ่ายต้องรู้ว่า เด็กอยากฟังอะไร ผู้ใหญ่อยากฟังอะไรสนใจเรื่องอะไรบ้าง สำหรับผู้ใหญ่ก็อยากรู้สึกว่าลูกหลานยังเคารพรัก ยังสนใจในตัวท่าน ง่ายๆ เลยคือ ผู้ใหญ่ชอบให้เราเปรียบเทียบว่าท่าน ดี  อย่างไร ตัวอย่างเช่น  ชวนกันคุยเรื่องไปข้างนอกมา “วันนั้นออกไปข้างนอกนะ แวะกินก๋วยเตี๋ยวมา ไม่อร่อยเหมือนเจ้าที่คุณยายเคยพาไปเลย” หรือ “คนนั้นนะ พูดจาไม่อ่อนหวานเหมือนคุณยายเลย” หรือ “ไปคุยกับคุณย่าบ้านโน้นมานะ ตัวไม่หอมเท่าคุณยายเลย” นั่นเพราะท่านอยากให้ลูกหลานเห็นว่าท่านมีอะไรดี แต่ก็ต้องไม่ให้มากเกินไปจนกลายเป็นแผ่นเสียงตกร่อง

          นอกจากชมแล้ว ยังต้องคอยดึงท่านออกจากความคิดวนเวียนเรื่อง สุขภาพไม่ดี ไปไหนมาไหนไม่ค่อยได้ อ่านหนังสือไม่ค่อยคล่อง แล้วก็ต้องพาท่านออกไปข้างนอกบ้าน พอได้ออกไปข้างนอกแล้วท่านจะเปลี่ยนอารมณ์ได้ หรือเมื่อมีอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ง่ายๆ เช่น โทรศัพท์ โทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ ก็ดึงท่านเข้ามาลองใช้แล้วบอกว่ามันง่ายมากๆ บางทีก็เป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุบางคนชอบเหมือนกัน แต่อาจไม่กล้าลองเอง ต้องให้ลูกหลานนำพาจึงจะกล้าเล่น

ขอบคุณข้อมูลจาก   รศ.ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว