Health Articles

เบาใจเรื่องปัสสาวะเล็ดราดในผู้สูงอายุ


กลับหน้าหลักบทความ

ปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่มักเป็นเรื่องที่ถูกละเลยอันเนื่องจากความอายที่ไม่กล้าบอกกับลูกหลานหรือแพทย์ผู้ดูแล ผู้สูงอายุมักคิดไปเองว่าเป็นเรื่องความเสื่อมถอยตามธรรมชาติ แต่การแพทย์ปัจจุบันสามารถจำแนกโรคที่เกิดความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะและมีแนวทางการดูแลรักษาที่ได้ผล ทั้งนี้ผู้สูงอายุบางรายอาจมีโรคอื่นร่วม เช่น โรคหัวใจ  เบาหวาน หรืออาจรับประทานยาหลายตัวที่อาจทำให้เกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ อาการที่ผิดปกติเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาให้ดีขึ้นได้

อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่พบมากในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชายประมาณสองเท่า อาการเริ่มแรกอาจมีปัสสาวะบ่อย ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนหลายครั้ง ปัสสาวะรดที่นอน ปวดปัสสาวะแต่ต้องรอนาน ปัสสาวะไหลช้า หรือถ่ายปัสสาวะไม่สุด หรือไหลเป็นหยดๆ ตามหลังถ่ายปัสสาวะ อาจมีอาการปวดแสบร้อนในท่อปัสสาวะ หรือขณะที่ไอ จาม จะมีการเพิ่มแรงดันในช่องท้องทำให้มีปัสสาวะเล็ดออกมาได้ บางรายมีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะมากอย่างรุนแรงจะกลั้นไม่ได้เข้าห้องน้ำไม่ทันอันเนื่องจากมีการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ บางรายเป็นมากอาจปัสสาวะราด

การดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ขึ้นอยู่กับโรคเดิมที่มียาประจำโดยแพทย์จะช่วยคัดกรองปัจจัยที่อาจทำให้กระตุ้นการเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ออกไปได้ ควบคุมน้ำตาลหากเป็นเบาหวานร่วมด้วย รักษาโรคไอเรื้อรังให้หายขาดหรือบรรเทาลง ที่เหลือเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ เช่น ลดน้ำหนัก รับประทานอาหารกากใยมิให้ท้องผูก ควบคุมการดื่มน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และที่มีคาเฟอีนผสม แพทย์จะแนะนำให้มีการฝึกขมิบช่องคลอดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกระบังลมในช่องเชิงกรานทำทุกวันๆ ละ 30 - 45 ครั้ง แบ่งเป็น 3 รอบต่อวัน และฝึกกำหนดเวลาในการปัสสาวะทุก 3 ชั่วโมง ไม่ให้รอจนเต็มกระเพาะช่วยบรรเทาอาการปัสสาวะเล็ดราดได้ การใช้ยาช่วยให้กระเพาะปัสสาวะทำงานได้ดีควรอยู่ในการควบคุมดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก:  ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล