Q : ห้อง Standard มีอะไรให้บ้าง

A: Fully fitted มีชุดครัว built-in และ สุขภัณฑ์ และเครื่องปรับอากาศ


Q : ทำไมราคาถึงสูงกว่าอาคารชุดอื่นๆในพื้นที่เดียวกัน

A: เนื่องจากว่า โครงการ Jin Wellbeing County เป็น Intregrated Healthcare มีบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร และออกแบบการดูแลสุขภาพสำหรับแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ อีกทั้ง วัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่เลือกใช้ มีคุณภาพและคัดสรรมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ


Q : ปุ่มกดฉุกเฉินจะมีในห้องหรือไม่ ถ้ามีจะมีตรงจุดไหนบ้าง (แจ้งการเตือนไปที่จุดใด และได้รับการช่วยเหลืออย่างไร)

A: มี 1 จุด ในห้องน้ำ และ สามารถกดปุ่มฉุกเฉินที่อุปกรณ์สายรัดข้อมือสุขภาพ เมื่อกดปุ่มแล้ว จะแจ้งสัญญาณเตือนไปที่ห้องคอนโทรล เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที


Q : หากต้องการเปลี่ยนสุขภัณฑ์แบบในห้องตัวอย่าง

A: สามารถเปลี่ยนได้ แต่ต้องแจ้งตั้งแต่ตอนทำสัญญา (เฉพาะการทำสัญญาตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2561 เท่านั้น)


Q : ค่าส่วนกลางเท่าไร รวมอะไรบ้าง

A: ค่าส่วนกลาง 60 บาท ต่อ ตารางเมตร ครอบคลุมถึง

  1. ค่าใช้จ่ายทำความสะอาด ค่าน้ำ ค่าไฟ พื้นที่ส่วนกลาง
  2. ค่าใช้จ่ายบริการรักษาความปลอดภัย
  3. ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ซ่อมแซม
  4. ค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะและของเสียภายในโครงการ
  5. ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสวน พื้นที่สีเขียว และบริการกำจัดแมลง
  6. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนกลางใน cluster เช่น ฟิตเนส ห้องสมุด ห้องเกมส์ ห้องสวดมนต์ และสระออกกำลังกาย เป็นต้น


Q : ค่าบริการรายเดือนเท่าไร รวมอะไรบ้าง

A: ค่าบริการรายเดือน 1,500 บาท ต่อท่านต่อเดือน

  1. บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (24/7 nursing on-call for emergency and first-aid care)
  2. สายรัดข้อมือ (Health digital wrist band)
  3. บำรุงรักษาและปรับปรุงระบบการดูแลผู้สูงอายุ เช่น ระบบการป้องกัน และเตือนการล้ม (Senior Care IT system maintenance)
  4. บริการดูแลประสานงาน (Concierge Services)
  5. บริการกล่องรับสัญญาณ (Android TV Box)
  6. บริการสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wifi Internet) ความเร็ว wifi สูงสุด 10 mb/s
  7. บริการรถกอล์ฟรับส่งภายในโครงการ และรถตู้รับส่งสถานีรถไฟฟ้าที่จะมีในอนาคต (Golf Cart transportation)
  8. บริการกิจกรรม 2 ครั้ง / เดือน (Workshop Activity)
  9. บริการ Jin Integrated Lifestyle Application


Q : Sinking Fund คิดค่าแรกเข้าปีแรก ตารางเมตรล่ะเท่าไหร่

A: ชำระค่าบริการแรกเข้าครั้งเดียว โดยอัตรา 720 บาท / ตารางเมตร


Q : มีอินเตอร์เนตและโทรศัพท์หรือไม่

A: มี แต่ละห้องได้มีการวางสายอินเตอร์เน็ตและสายโทรศัพท์ไว้แล้ว ลูกบ้านสามารถเปิดบริการได้ตามต้องการ


Q : มีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับผู้นั่งรถเข็น อย่างไรบ้าง

A:สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโครงการจัดไ

  1. ประตูทางเข้าต่างๆ กว้างพอสำหรับรถเข็น
  2. ภายในห้องพัก ไม่มีขั้นเพื่อป้องกันการสะดุด
  3. พื้นที่ใช้สอยในห้องพัก และห้องน้ำ กว้างพอสำหรับวงหมุนของรถเข็น
  4. ห้องน้ำ และทางเดิน มีราวจับ เพื่อป้องกันการหกล้ม
  5. ทางเดินรอบโครงการ เป็นทางลาด เพื่ออำนวยความสะดวก สำหรับรถเข็น
  6. พื้นห้องน้ำใช้กระเบื้องกันลื่นระดับ R12 เพื่อป้องกันการลื่นหกล้มในห้องน้ำ
  7. ชุดครัว Built-in และชุดสุขภัณฑ์ ถูกออกแบบให้รองรับผู้ใช้รถเข็น
  8. มีปุ่มกดฉุกเฉินในห้องน้ำ เพื่อกดขอความช่วยเหลือได้


Q : ระบบการรักษาความปลอดภัย เป็นอย่างไรบ้าง

A: โครงการ Jin Wellbeing County ใส่ใจดูแลความปลอดภัยทั้งด้านทรัพย์สิน และสุขภาพ โดยหน่วยพยาบาลฉุกเฉินที่เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบสัญญาณเตือนภัยทั้งภายในห้องพักและภายในพื้นที่โครงการ มั่นใจกับการจัดการเข้าออกสถานที่ที่เข้มงวด ด้วยระบบ key card ทั้งการผ่านเข้าออกภายในอาคาร และการเข้าลิฟต์แต่ละชั้น พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้อง CCTV ตลอด 24 ชม. การป้องกันอัคคีภัยด้วยระบบ Smoke detector และเหนือกว่าด้วยโถงป้องกันอัคคีภัยในทุกชั้น*


Q : ถ้าต้องการซื้อ 2 ยูนิต ติดกัน และทำเชื่อมเป็นห้องใหญ่ สามารถทำได้หรือไม่

A: สามารถทำได้ แต่โปรดแจ้งตั้งแต่ตอนทำสัญญา


Q : บริการด้านสุขภาพมีอะไรบ้าง

A: ทางโครงการเน้นการให้บริการด้านสุขภาพ ตั้งแต่ การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟู ซึ่งออกแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่วันแรกที่ท่านเข้าอยู่ โดยครอบคลุม 3 ปัจจัย

  • สุขภาพทางกาย (Physical Health)
  • สุขภาพทางจิต (Mental Health)
  • สุขภาพทางสังคม (Social Health)
รายละเอียดบริการด้านสุขภาพทั้งหมดhttp://www.jinwellbeing.com/th/healthcare_service/


Q : ถ้าต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพ ทางโครงการสามารถให้บริการอะไรได้บ้าง

A: โครงการมีบริการ Jin Application ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ มีบริการหน่วยพยาบาลฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือในกรณีเกิดเหตุไม่คาดคิดได้ทันท่วงที


Q : เมื่อย้ายเข้าอยู่ มีความช่วยเหลือด้านใดบ้าง

A: แผนกที่ดูแลด้านขนย้ายของเราจะช่วยแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ แก่ท่าน เป้าหมายของเราคือการทำให้การย้ายเข้าอยู่ของท่านราบรื่นที่สุด


Q : การจัดการห้องคอนโทรล เป็นอย่างไรบ้าง

A: ห้องคอนโทรล อยู่ชั้น 1 ของ อาคาร C ของแต่ละ Cluster โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง


Q : ผู้อยู่ในโครงการมี จะมีค่าใช้จ่ายรายเดือน อย่างไรบ้าง

A: ประเมินค่าใช้จ่าย

  • ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และค่าบริการรายเดือน 4,000 - 5,500
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร 15,000 - 20,000
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ขึ้นกับ ลักษณะการดำเนินชีวิตของแต่ละท่าน อาทิเช่น ค่ายาและค่ารักษาพยาบาล ค่าสันทนาการต่างๆ

  • Q : ที่จอดรถอยู่บริเวณไหน มีที่จอดรถสำหรับผู้มาเยี่ยมหรือไม่

    A: ที่จอดรถของโครงการ เป็นที่จอดรถใต้ดินของแต่ละอาคาร โดยอาคาร A และ อาคาร Am สามารถรองรับได้ 34 คัน อาคาร C และอาคาร D สามารถรองรับได้ 26 คัน อีกทั้งสามารถเข้าถึงทางเดินและลิฟต์ได้อย่างสะดวก


    Q : ถ้ามีเด็กมาเยี่ยม หรือมาอยู่ด้วยชั่วคราว จะมีกิจกรรมอะไรให้เด็ก ๆ ทำบ้าง

    A: กรณี มีเด็กมาเยี่ยม สามารถร่วมพักอาศัยด้วยได้ และมี Kid Zone พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กๆโดยเฉพาะ อยู่บริเวณ Cluster 2 ใกล้ๆทะเลสาบ


    Q : มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันอะไรบ้าง

    A: ท่านสามารถทำได้มากเท่าที่ท่านต้องการ ทีมงานของเราสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมได้หลากหลาย อาทิเช่น ทำอาหารเพื่อสุขภาพ ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด เป็นต้น เราอยากให้ท่านใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกและที่ตั้งของเราได้อย่างเต็มที่


    Q : Clubhouse มีให้บริการอะไรบ้าง

    A: สระว่ายน้ำที่กว้างใหญ่ สระธาราบำบัด สปา ห้องออกกำลังกาย ห้องเกมส์ ห้องศิลปะ ห้องสมุดพร้อมอินเตอร์เน็ต รวมถึงคลาสกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ
    รายละเอียดทั้งหมด http://www.jinwellbeing.com/th/clubhouse/


    Q : มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง

    A: ห้องออกกำลังกาย สระออกกำลังกาย ห้องเกมกิจกรรม ห้องชมภาพยนตร์และคาราโอเกะ ห้องสวดมนต์ ห้องสันทนาการ และ ห้องปฐมพยาบาล
    รายละเอียดกิจกรรมทั้งหมด http://www.jinwellbeing.com/th/facilities/


    Q : มีกิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งอะไรบ้าง

    A: พื้นที่ปลูกผัก สนามเด็กเล่น ลู่วิ่ง ทางจักรยาน ศาลาริมธาร ลานอเนกประสงค์ ลานหินบำบัด ทะเลสาบ
    รายละเอียดกิจกรรมทั้งหมด http://www.jinwellbeing.com/th/facilities/


    Q : ผู้มาเยี่ยม เช่น เพื่อนหรือญาติ สามารถใช้บริการร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านทำผม ในโครงการได้หรือไม่

    A: ด้วยความยินดี ทางโครงการต้องการให้ทุกท่านที่เข้ามาในโครงการ ได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการต่างๆ


    Q : ญาติหรือเพื่อนสามารถเข้าพักด้วยได้หรือไม่

    A: ทางโครงการยินดีให้ท่านเชิญชวนญาติหรือเพื่อนมาเข้าพักด้วยได้ โดยท่านสามารถซื้อแพคเกจค่าบริการสำหรับผู้มาเข้าพักเพื่อใช้บริการความช่วยเหลือต่างๆได้


    Q : โต๊ะ Concierge ให้บริการอะไรบ้าง

    A: โต๊ะ Concierge สามารถช่วยเหลือท่านได้ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องประสานเจ้าหน้าที่ให้บริการทำความสะอาด ซัก-อบ-รีด จองรถรับส่ง จองคลาสกิจกรรม จัดงานเลี้ยง และ ผู้ช่วยส่วนตัว


    Q : ผู้รับเหมา เป็น บริษัท อะไร

    A: ผู้รับเหมา งานโครงสร้างและงานสถาปัตยกรรม : บริษัท สยาม มัลติ คอน จำกัด (SMC)
    ผู้รับเหมา งานระบบประกอบอาคาร : บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด (ITE)


    Q : สามารถเลี้ยงสัตว์ได้มั้ย

    A: สถานที่ของเราเป็นมิตรกับสัตว์ สัตว์เล็กสามารถเลี้ยงในห้องพักของอาคาร Pet-Friendly ได้ (โปรดตรวจสอบกฎระเบียบของโครงการ)


    Q : ใครเป็นผู้ดูแลการซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในห้อง เช่น เปลี่ยนหลอดไฟและอุดรอยรั่วของน้ำ

    A: ช่างประจำตึกจะช่วยเหลือท่าน


    Q : เจ้าของร่วมจะมีส่วนในการบริหารโครงการอย่างไร

    A: โครงการจะได้รับการบริหารจัดการโดยหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอาคารห้องชุด โดยเฉพาะเพื่อปกป้อง และจัดการสิทธิของผู้อยู่อาศัยของตน โดยเลือกเจ้าของคณะกรรมการซึ่งจะพบกันเป็นประจำ ซึ่งจะมีการประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินการบริหารจัดการของโครงการ จะดำเนินงานตามมาตรฐานสากล กองทุนสำรองส่วนกลางและบํารุงรักษา จะได้รับการจัดตั้งขึ้นตามงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ และตามกฎหลักเกณฑ์ฎหมายว่าด้วยอาคารชุด


    Q : การบริหารงานนิติบุคคล จะเป็นอย่างไรบ้าง

    A: ในปีแรก ทางโครงการ จะเป็นผู้บริหารงานนิติบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน


    Q : หากมีคู่ครองเป็นชาวต่างชาติ จะได้รับวีซ่าเกษียณอายุ สำหรับประเทศไทยและเปิดบัญชีธนาคารของประเทศไทยได้อย่างไร

    A: ในฐานะชาวต่างชาติ สิ่งแรกคือต้องได้รับวีซ่าเกษียณอายุจากสถานทูตไทยในประเทศท่าน และต้องแสดงให้เห็นว่าท่านมีเงินเก็บ 800,000 บาท หรือรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน 65,000 บาทและ รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาทต่อปี

    เมื่อท่านมาถึงประเทศไทยพร้อมกับวีซ่าประเภทเกษียณอายุแล้ว ท่านจะสามารถใช้บัญชีธนาคารในประเทศไทยได้ และโอนเงินจำนวน 800,000 บาท มายังบัญชีธนาคารไทย สำหรับการเรียกเก็บเงินอย่างน้อย 60 วัน สำหรับการต่ออายุวีซ่าในครั้งที่ 1 และอย่างน้อย 90 วัน สำหรับการขอวีซ่าต่ออายุการต่ออายุในครั้งถัดไป